กลุ่มงานวัณโรค
posted on 27 Oct 2009 10:38 by opdyangtalad105 in job
ภาพแห่งความภาคภูมิใจ รางวัลการดำเนินงานวัณโรคในโรงพยาบาลชุมชนดีเด่น ระดับจังหวัด เดือน กันยายน พศ 2552
ผลงานวิชาการ
ผู้วิจัย นางกาญจนา ไชยชะอุ่ม พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ ( TB Clinic โรงพยาบาลยางตลาด)
พ.ศ. 2552
ผลของการให้ความรู้ ต่อการปฏิบัติตัวและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยวัณโรคปอด โรงพยาบาลยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์( effect of education and Quality of Life for tuberculosis patients at Yangtalard Hospital kalasin 2552)
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษาโดยการประยุกต์ทฤษฎี PRECEDE การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้ในการควบคุมโรค
2. เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ตระหนักถึงความสำคัญของการให้สุขศึกษาป่วยวัณโรคให้ปฏิบัติตนได้ถูกต้อง
3. เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการเยี่ยมบ้านตามเกณฑ์สร้างความร่วมมือในการรักษา
4. เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ในการดูแลผู้ป่วยวัณโรค
เป้าหมาย1.ผู้ป่วยวัณโรคได้รับการดูแลแบบองค์รวมมีศักยภาพในการดำรงชีวิต ป้องกันและควบคุมโรคได้
2. ลดอัตราการตายและการขาดรับยาวัณโรค
กลุ่มเป้าหมายผู้ป่วยวัณโรคเสมหะบวกรายใหม่ (new patient tuberculosis smear positive ) ที่ขึ้นทะเบียนรักษาในคลินิกวัณโรคโรงพยาบาลยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่จะต้องทำการรักษาแบบ DOT และต้องนอนโรงพยาบาล 1 สัปดาห์ตั้งแต่เดือน มิถุนายน 2552- กรกฎาคม 2552 จำนวน 23 รายใช้กรอบแนวคิดของ PRECEDE FRAMEWORK
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย 2 ส่วนส่วนที่ 1 เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการสอนสุขศึกษาโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ ให้เหมาะสมกับบริบทของโรงพยาบาล
ส่วนที่ 2 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประเมินผลหลังการให้สุขศึกษาเป็นแบบสอบถามแบ่งเป็น 3 ตอนคือ
ตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถามข้อมูลทั่วไปประกอบด้วย อายุ เพศ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา รายได้ อาชีพ การเดินทางมารับการรักษา
ตอนที่ 2 แบบสอบถามความรู้ก่อน/หลังการสอนเรื่องวัณโรคปอด 10 ข้อตอนที่ 3 แบบสอบถามวัดระดับคุณภาพชีวิตขององค์การอนามัยโลกชุดย่อ ฉบับภาษาไทย
เครื่องมือวัดคุณภาพชีวิต WHOQOL–BREF–THAI ประกอบด้วยข้อคำถาม 2 ชนิดคือ แบบ ภาวะวิสัย (Perceived objective) และอัตวิสัย (self-report subjective) จะประกอบด้วยองค์ประกอบ ของคุณภาพชีวิต 4 ด้าน
สรุปผลการศึกษา
ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศชาย จำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 60.9 เพศหญิง จำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 39.1 อายุ ส่วนใหญ่มีช่วงอายุระหว่าง 38 – 58 ปื จำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 56.5 รองลงมาคือ ช่วงอายุระหว่าง 59 – 80 ปี จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 26.1 ช่วงอายุ 17 – 37 ปี จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 17.4 อายุเฉลี่ย 48.4 ปี อายุสูงสุด 80 ปี อายุต่ำสุด 17 ปี
ความรู้เกี่ยวกับวัณโรคก่อนกลับบ้าน
ผลการศึกษาพบว่า ระดับความรู้ของกลุ่มผู้ป่วยวัณโรค ก่อน หลังการให้สุขศึกษาเกี่ยวกับ
วัณโรคก่อนกลับบ้านโดยทีมสหวิชาชีพ ที่มีอัตราเพิ่มมากที่สุด คือ ข้อห้ามสำหรับผู้ป่วยที่กำลังกินยาวัณโรคคือข้อใด คิดเป็นร้อยละ 82.6 รองลงมาคือ จงแสดงวิธีการใส่หน้ากากอนามัย ร้อยละ 78.2
เปรียบเทียบระดับความรู้เกี่ยวกับวัณโรคก่อนกลับบ้าน ระหว่างผลการวัดก่อน และหลัง การให้โปรแกรมสุขศึกษาของผู้ป่วยวัณโรค พบว่า กลุ่มผู้ป่วยวัณโรคที่ได้รับให้ความรู้เรื่องโรควัณโรคก่อนกลับบ้านโดยวิธีการให้สุขศึกษา มีคะแนนเฉลี่ยก่อนให้สุขศึกษาเท่ากับ 4.1 และคะแนนเฉลี่ยหลังให้สุขศึกษาเท่ากับ 9.1 ดังนั้นผู้ป่วยวัณโรคมีคะแนนเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยเท่ากับ 5.0 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยวัณโรค
ระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้ป่วยวัณโรคเสมหะบวกที่ขึ้นทะเบียนรักษาในคลินิกวัณโรคโรงพยาบาลยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ พบว่า โดยรวมมีระดับคุณภาพชีวิตกลางๆ (X = 2.37 , S.D. = 0.40) จำแนกตามองค์ประกอบดังนี้ ด้านสุขภาพมีคุณภาพชีวิตกลางๆ(X = 2.78 , S.D. = 0.49) ด้านจิตใจมีคุณภาพชีวิตไม่ดี ( X = 2.28 , S.D. = 0.50) ด้านสัมพันธภาพทางสังคมมีคุณภาพชีวิตกลางๆ(X = 2.46 , S.D. = 0.60) และด้านสิงแวดล้อมมีคุณภาพชีวิตกลางๆ( X = 2.37 , S.D. = 0.52) ส่วนใหญ่มีระดับคุณภาพชีวิตกลางๆ จำนวน14 คน คิดเป็น ร้อยละ60.9 รองลงมาคือ ระดับคุณภาพชีวิตไม่ดี จำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 39.1
อภิปรายผลการศึกษาความรู้ของกลุ่มผู้ป่วยวัณโรค ก่อนและหลังการให้สุขศึกษาเกี่ยวกับความรู้เรื่องวัณโรคก่อนกลับบ้านโดยทีมสหวิชาชีพ พบว่า ผู้ป่วยวัณโรคมีความรู้เรื่องวัณโรคเพิ่มขึ้น หลังการให้สุขศึกษาเกี่ยวกับความรู้เรื่องวัณโรคก่อนกลับบ้านโดยทีมสหวิชาชีพ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ การศึกษาระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้ป่วยวัณโรคเสมหะบวกที่ขึ้นทะเบียนรักษาในคลินิกวัณโรคโรงพยาบาลยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ พบว่า โดยรวมมีระดับคุณภาพชีวิตกลางๆ จำแนกตามองค์ประกอบดังนี้ ด้านสุขภาพ และด้านสิงแวดล้อมมีคุณภาพชีวิตกลางๆ แต่ด้านจิตใจ และด้านสัมพันธภาพทางสังคมมีคุณภาพชีวิตไม่ดี อาจด้วยข้อจำกัดของโรคที่ต้องแยกควบคุมโรค แยกผู้ป่วยจากผู้ป่วยโรคอื่นๆอย่างชัดเจนทั้งขณะนอนโรงพยาบาลมีป้ายห้ามเข้าเขตโรคติดต่อทางเดินหายใจ การสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ในชุมชมวัณโรคยังเป็นโรคที่ถูกรังเกียจ การรักษาวัณโรคโดยให้มีบุคคลที่ได้รับการฝึกอบรมทำหน้าที่กำกับดูแลผู้ป่วยกลืนกินยาทุกขนานตามขนาดทุกมื้อให้ครบถ้วน ผู้ป่วยรู้สึกแย่มากขึ้นมีความละอายต่อการเจ็บป่วย กลัวการถูกรังเกียจ จึงไม่ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ทำให้คุณภาพชีวิตในด้านจิตใจ และด้านสัมพันธภาพทางสังคมมีคุณภาพชีวิตไม่ดี เพราะว่าการดำรงชีวิตอยู่ในสังคม จำเป็นต้องมีการคบหาเกี่ยวพันระหว่างบุคคลรอบด้าน
edit @ 30 Oct 2009 14:43:32 by opdyangtalad
edit @ 30 Oct 2009 15:03:10 by opdyangtalad